• Admin

สายพันธุ์ปลากัดแฟนซี (Fancy Betta)

อัพเดตเมื่อ: 7 วันที่แล้ว



สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงมีทั้งหมด 7 ชนิด

1. ปลากัดหางเดี่ยว (PK : Plakad)

ปลากัดชนิดนี้จะมีลักษณะเด่นที่หาง ปลายหางมีลักษณะคล้ายกับพัดหรือใบโพธิ์ บางครั้งจะเรียกกันว่า "หางพัดหรือหางใบโพธิ์" ส่วนรูปทรงจะคล้ายกับปลากัดลูกหม้อที่เราเคยเห็นคุ้น ๆ ตากันตั้งแต่เด็กจนโต จุดสังเกตของปลากัดสายนี้อีกจุดคือ "ก้านหางยังแตกแค่ 2 ก้าน" ตามลักษณะสายพันธุ์ดั้งเดิมของปลากัดลูกหม้อทั่วไป


2. ปลากัดหางพระจันทร์ครึ่งดวง (HMPK : Halfmoon Plakad)

สายพันธุ์นี้จะเรียกได้ว่า ชาวไทยและชาวต่างชาติจะนิยมเลี้ยงกันเป็นส่วนมากเป็นลักษณะวงกว้าง มีการซื้อมาขายไปอยู่ตลอดเวลา จุดเด่นที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ "หางสามารถกางได้ 180 องศาเป็นรูปครึ่งวงกลมหรือพระจันทร์ครึ่งดวงคล้ายตัว D นั้นเอง" ปลากัด HMPK เป็นสายพันธุ์ที่มีความสวยงามและสีสันหลากหลายที่สุด นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาต่อยอด HMPK เป็น OHMPK คือ ปลากัด HMPK ที่หางกางได้เกิน 180 องศาหรือที่มักเรียกกันว่า "หาง C" นั้นเอง ปลากัด HMPK มีทั้งสายพันธุ์แบบครีบสั้นและสายพันธุ์แบบครีบยาว(ทั้ง 2 สายพันธุ์ ครีบสั้นจะได้รับความนิยมที่มากกว่า)


3. ปลากัดหางพระอาทิตย์ครึ่งดวง (HSPK : Halfsun Plakad)

ปลากัดสายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาต่อยอดมากจาก HMPK แต่ปลากัดสายพันธุ์นี้มีลักษณะแตกต่างจาก HMPK คือ "ขอบหางจะเป็นแฉกหรือหยักเล็ก ๆ คล้ายกับรัศมีของดวงอาทิตย์ที่อยู่รอบบริเวณรอบ ๆ ดวงอาทิตย์นั้นเอง" ปลากัด HSPK มีทั้งสายพันธุ์แบบครีบสั้นและสายพันธุ์แบบครีบยาว


4. ปลากัดหางมงกุฏ (CTPK : Crowtail Plakad)

ปลากัดสายพันธุ์นี้มีจุดเด่นที่บริเวณ "หาง" ที่ดูแล้วแปลกตาที่สุด ซึ่งบริเวณหางนั้นมีรูปร่างคล้าย "มงกุฏหรือหนาม" ทำให้ปลากัดชนิดนี้ดูแล้วมีความเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของตัวมันเอง ณ ปัจจุบันก็มีผู้คนหันมาเลี้ยงกันเยอะมากยิ่งขึ้น ปลากัด CTPK มีทั้งสายพันธุ์แบบครีบสั้นและสายพันธุ์แบบครีบยาว


5. ปลากัดสองหาง (DTPK : Doubletail Plakad)

ปลากัดสองหางหรือ DTPK เป็นสายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมไม่ค่อยแพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งลักษณะเด่นจะอยู่ตรงบริเวณ "หาง" เมื่อเราสังเกตุมองบริเวณที่หางดี ๆ จะมี 2 หางหรือบางคนจะเรียกกันว่า "หางคู่" ซึ่งจะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ปลากัด DTPK มีทั้งสายพันธุ์แบบครีบสั้นและสายพันธุ์แบบครีบยาว


6. ปลากัดหูช้าง (Big Ear)

ปลากัดหูช้าง คือ ปลากัดที่ถูกพัฒนาต่อยอดให้มี "หูหรือครีบอกขนาดใหญ่" และแผ่กว้างกว่าปลากัดสายพันธุ์อื่น ๆ จึงทำให้ลักษณะเด่นของสายพันธุ์นี้จะอยู่ที่ "ส่วนหูหรือครีบอก" ซึ่งจะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดตาใครหลาย ๆ คนเป็นอย่างมาก ปลากัดหูช้างถือเป็นปลากัดสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกใจใครหลายคน ปลากัดหูช้างเป็นปลากัดที่ถูกพัฒนาขึ้นมาไม่นานและค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะปลากัดหูช้างสีทองมักมีการซื้อขายกันในราคาค่อนข้างที่จะสูง โดยเฉลี่ยแล้วสายพันธุ์นี้จะมีลักษณะลำตัวเล็กกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ปลากัดหูช้างมีทั้งสายพันธุ์แบบครีบสั้นและสายพันธุ์แบบครีบยาว


7. ปลากัดยักษ์ (Giant)

สำหรับปลากัดสายพันธุ์นี้ถือได้ว่าเป็นสายพันธุ์พิเศษกว่าสายพันธุ์อื่น ซึ่งจะมีขนาดรูปร่างใหญ่โตกว่าทุกสายพันธุ์ที่กล่าวมาทั้งหมด ลักษณะพิเศษจำเพาะคือ "มีขนาดลำตัวใหญ่กว่าปลากัดสายพันธุ์อื่น ๆ หรือสายพันธุ์ปกติทั่วไปเป็นอย่างมาก" ความยาวลำตัววัดตั้งแต่ปากถึงโคนหางอยู่ที่ประมาณ 2.5 นิ้วขั้นต่ำ ซึ่งปลากัดโดยทั่วไปสายพันธุ์ปกติความยาวทั้งตัวจะไม่เกิน 2 นิ้ว ที่สำคัญ ณ ปัจจุบันปลากัดยักษ์ป่าสายพัฒนาที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมานั้นมีขนาดลำตัวเกิน 2 นิ้วขึ้นไปด้วย ปัจจุบันสีสันของสายพันธุ์ปลากัดยักษ์ยังมีไม่หลากหลายนักเท่าที่ควร โดยโทนสีจะค่อนข้างออกไปในโทนสีเดียวคล้ายกับปลากัดลูกหม้อสายพันธุ์ดั้งเดิมมากกว่าจะมีสีสันสวยงามเหมือนกับปลากัดสายพันธุ์แฟนซีสายพันธุ์อื่น ๆ ปลากัดยักษ์มีทั้งสายพันธุ์แบบครีบสั้นและสายพันธุ์แบบครีบยาว(ครีบยาวหาได้ยากมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)


@@@@@@@ FISHWAY @@@@@@@


แหล่งอ้างอิง 1 : www.thbetta.com

แหล่งอ้างอิง 2 : www.th.wikipedia.org

แหล่งอ้างอิง 3 : www.aafsociety.com

©2020 fishway Thailand Co., Ltd.