ขยะล้นทะเล



ประเทศไทยติดโผอันดับที่ 5 ของโลก


แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนักที่ประเทศไทยได้ขยับอันดับปัญหาการทิ้งขยะลงสู่ทะเลมากที่สุดจากอันดับ 6 ของโลกขึ้นมาเป็นอันดับ 5 ของโลก "แซงประเทศศรีลังกาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วขณะนี้"


จากผลการสำรวจปริมาณขยะทะเลทั่วโลก โดยทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยจอร์เจีย พบว่า… อันดับ 1 : จีน อันดับ 2 : อินโดนีเซีย อันดับ 3 : ฟิลิปปินส์ อันดับ 4 : เวียดนาม อันดับ 5 : ไทย อันดับ 6 : ศรีลังกา


ประเทศไทยมีประชากรน้อยกว่าอีกหลายประเทศทั่วโลก แต่กลับมีปริมาณขยะในทะเลมากกว่า 1 ล้านตัน เสี่ยงต่อการถูกกลุ่มประเทศยุโรปกดดันไทยในลักษณะเช่นเดียวกับการทำประมงผิดกฎหมายหรือไอยูยู


ปัญหาขยะทางทะเลไม่เพียงแต่บดบังทัศนียภาพน่านน้ำไทยเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายให้กับชีวิตใต้ท้องทะเลเป็นอย่างมาก เพราะขยะทะเลไม่สามารถย่อยสลายในลักษณะเดียวกับขยะที่อยู่บนบก อีกทั้งยังลอยน้ำไปได้ไกลถึงทะเลของประเทศอื่นที่อยู่บริเวณใกล้เคียงอีกด้วย


ที่สำคัญได้คร่าชีวิตสัตว์ทะเลหายากมากมายหลายชนิด โดยเฉพาะลูกโลมาและเต่าทะเลไทยที่เสียชีวิตจากพลาสติกไปปีละมากกว่า 100 ตัว และสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกปี



กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) เปิดเผยผลการศึกษาขยะทะเลโดยจำแนกปริมาณขยะในท้องทะเลเป็นรายประเภทพบว่า…

อันดับ 1 : ถุงพลาสติก 14,977 ชิ้น

อันดับ 2 : หลอดจากเครื่องดื่ม 11,579 ชิ้น

อันดับ 3 : ฝาจุก 9,800 ชิ้น

อันดับ 4 : ภาชนะบรรจุอาหาร 9,276

อันดับ 5 : เชือก 7,057 ชิ้น

อันดับ 6 : บุหรี่/ก้นกรองบุหรี่ 6,388 ชิ้น

อันดับ 7 : กระป๋อง 6,276 ชิ้น

อันดับ 8 : กระดาษ 5,861 ชิ้น

อันดับ 9 : โฟม 5,614 ชิ้น

อันดับ 10 : ขวดแก้ว 2,404 ชิ้น



!!! ภัยร้ายจากไมโครพลาสติก !!!


องค์การสหประชาชาติให้ความสำคัญเรื่องไมโครพลาสติกมาก เพราะไมโครพลาสติกเกิดจากขยะในทะเล มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พลาสติกที่ลอยในน้ำนาน ๆ จะเกิดการสลายตัวกลายเป็นเศษพลาสติกขนาดจิ๋วที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร จนถึงขนาดที่สายตามองไม่เห็นในระดับ 1 นาโนเมตร หรือเรียกกันว่า "ไมโครพลาสติก"



ในระยะ 10 ปี ที่ผ่านมา นักวิจัยทั่วโลกเริ่มพบว่าไมโครพลาสติกเข้าไปอยู่ในแพลงตอนได้ ก็ย่อมเข้าไปอยู่ในปลาหรือสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่กินแพลงตอนได้เช่นกัน และเมื่อเรารับประทานปลาหรือสัตว์ทะเลอื่น ๆ เข้าไป ไมโครพลาสติกก็จะเข้าไปอยู่ในร่างกายของเราตามไปด้วย อย่างไรก็ตามงานวิจัยก็ยังไม่ระบุว่าจะส่งผลเสียหรือดีต่อสุขภาพของมนุษย์ กระบวนการย่อยสลายก็ไม่สามารถทำได้ อีกทั้งการสะสมของพลาสติกอาจมีสารเจือปน นั่นย่อมไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน



ก่อนหน้านี้อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า แห่งสหรัฐฯ ได้ลงนามในการห้ามใช้ Microbead เม็ดพลาสติกขนาดเล็กซึ่งนิยมใช้กันแพร่หลายในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องสำอางค์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เช่น สบู่ ครีมอาบน้ำ ครีมขัดผิว และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่รวมถึงยาสีฟัน นับเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดมาก เพื่อการแก้ปัญหาและเพิ่มความปลอดภัยสำหรับน้ำและท้องทะเล เพราะว่าจากสถิติเฉพาะสหรัฐอเมริกาเพียงแห่งเดียวเท่านั้นมีปริมาณของเม็ดพลาสติก Microbead ขนาดเล็ก ๆ กว่า 8 ล้านล้านชิ้น ถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำในทุก ๆ วัน สร้างสารเคมีสะสมแก่ปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายสำหรับผู้คนที่อาจบริโภคปลาเหล่านี้เข้าไป นอกจากนั้นยังมีการตรวจพบว่ากว่า 90% ของจำนวนนกทะเลยังมีสารพิษจำพวกนี้ปะปนอยู่ในร่างกายอีกด้วย


ทาง Fishway อยากเป็นส่วนหนึ่งที่อยากให้ทุกคนมาร่วมกันรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกกันเยอะ ๆ ครับ ยิ่งเราใช้ถุงพลาสติกเยอะมากขึ้นเท่าไหร่ ขยะก็จะยิ่งล้นประเทศและล้นโลกมากขึ้นเท่านั้น



ขอขอบคุณข้อมูลจาก...

  1. www.matichon.co.th

  2. www.tnnthailand.com

  3. www.bltbangkok.com

  4. www.bltbangkok.com

©2020 fishway Thailand Co., Ltd.