• Admin

หินตกแต่งตู้ปลาและบ่อปลา

อัพเดตเมื่อ: พ.ค. 26


หินสำหรับการจัดแต่งตู้ปลาสวยงามจะมีมากมายหลายชนิดแล้วแต่คนจะคิด จะสรรหากันมาได้ แต่หินชนิดหลัก ๆ ที่ขายตามท้องตลาดโดยทั่วไป คือ หินแม่น้ำ หินลูกรัง หินบัวลอย หินส้ม หินเกล็ด หินกาบ หินชั้น หินทราย...ฯลฯ


1. หินแม่น้ำ

หินที่ได้จากการดูดขึ้นมาตามแม่น้ำต่าง ๆ เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำเจ้าพระยา หรือริมแม่น้ำจังหวัดกาญจนบุรี ลักษณะหินแต่ละก้อนจะมีขนาด สี และลักษณะที่แตกต่างกันคละเคล้ากันไป สีส้มบ้าง น้ำตาลบ้าง ผิวหยาบบ้าง ผิวเรียบเนียนกลมมนบ้าง ซึ่งทางผู้ขายจะทำการแยกขนาด และสีออกมาเป็นเบอร์ต่าง ๆ เพื่อความสะดวกสำหรับลูกค้า ส่วนมากหินแม่น้ำจะสามารถนำมาใส่ตกแต่งกับตู้ปลาได้แทบทุกชนิด นิยมที่สุดตอนนี้คือ หินแม่น้ำสีน้ำตาล ซึ่งมักจะนำมาใส่ตู้ปลาหมอสีครอสบรีด ซึ่งช่วยให้ปลาขับสีได้ดีขึ้น ส่วนหายากที่สุดคือ หินแม่น้ำสีแดงครับ เนื่องจากปริมาณน้อยแต่ความต้องการของตลาดค่อนข้างสูง หินลูกรัง ดูชื่อแล้วนึกถึงถนนในต่างจังหวัดครับ เห็นภาพตอนขับรถผ่านถนนลูกรังในวันที่อากาศร้อน และ ฝุ่นเหลืองฟุ้งไปทั่วได้เลยอ่ะ หินลูกรัง คือ หินที่ดูดมาขึ้นจากบ่อหิน บ่อทรายต่าง ๆ หินมีลักษณะ หยาบ ๆ ดูเป็นเหลี่ยม ๆ เป็นหินที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก และละเอียด ส่วนมากมีสีน้ำตาลแดง


2. หินบัวลอย

ชื่อหินชนิดนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูใครหลาย ๆ คน จะคุ้นก็แต่ชื่อขนมบัวลอยไข่หวานซะมากกว่า แต่พอเห็นแล้วนึกออกทันทีว่า "หินบัวลอย" จะมีลักษณะเป็นก้อนหินสีขาว กลมมน ดูสวยงาม มองแล้วสบายตาดี เป็นหินที่ดูดขึ้นมาทำการคัดบ่อหิน บ่อทราย มักจะเห็นบ่อยในตู้ปลาที่ใช้เลี้ยงซุปเปอร์เรดซิน


3. หินส้ม

หินแม่น้ำที่ผ่านการคัดแยกแล้ว โดยคัดเฉพาะก้อนที่มีลักษณะกลมมน ส่วนมากมักจะมีสีน้ำตาลส้มหรือสีส้ม หินส้มนี้ต้องใช้คนคัด คัดกันทีละก้อนต่อก้อนกันเลยแหละ เท่าที่รู้ค่าคัดหินส้มได้กระสอบละประมาณ 20 บาทต่อกระสอบ(เห็นคนคัดหินเลยแวะไปถามมา)


4. หินเกล็ด

เป็นหินที่ได้จากภูเขา สีตามธรรมชาติจะมีเยอะแยะมากมายหลายสี ไม่ว่าจะเป็น สีแดง สีเหลือง สีส้ม สีชมพูอ่อน ๆ แต่เท่านั้นยังไม่พอทางผู้ผลิตได้นิยมทำการขยายผลต่อไปอีก โดยการนำมาย้อมสีสันต่าง ๆ สารพัดเฉดสี ช่วยทำให้ตู้ปลามีสีสันบาดตา บาดใจ มากยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีกในปัจจุบัน มีทั้งชนิดเป็นสีเดียวหรือคละสี หินชนิดนี้คงคุ้นตากันดีอยู่แล้วสำหรับผู้เลี้ยงปลาสวยงามในปัจจุบัน


5. หินกาบ

มีลักษณะแปลกตา คือเป็นแผ่น ๆ มีทั้งแผ่นเรียบและ แผ่นหยัก ๆ ใหญ่ ๆ คิดง่าย ๆ ตลก ๆ ก็คล้ายมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบดี ๆ นี้แหละ(หิวกันเลยทีเดียว) หินกาบก้อนจะกลม ๆ มน ๆ แบน ๆ เมื่อก่อนเห็นนิยมนำมาใช้จัดตู้ปลาโดยการวางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จนเต็มตู้ไปหมด จะทำให้ดูสวยไปอีกแบบ ส่วนหินอีกแบบคือ ก้อนใหญ่ ๆ หยักไปหยักมา ลักษณะมีลวดลาย สวย สง่า หรูหรา น่าเกรงขาม แปลกตาดีกว่าแบบแรกที่กล่าวมา เหมาะสำหรับการจัดตู้ปลาที่มีขนาดใหญ่พอสมควร ตามซอก ๆ ขอบหิน เหมาะจะเป็นที่ให้ปลาเล็กปลาน้อยหลบได้อย่างดีเลยทีเดียว


6. หินชั้น

หินประดับอีกชนิด ที่ดูสวยแปลกตาดีอีกประเภท จะมีลักษณะเป็นก้อนหนา ๆ สีน้ำตาล ดูเหมือนซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ นำมาใช้แต่งตู้ปลา สามารถดูเป็นธรรมชาติ และสวยสะดุดตาได้อีกประเภทกันเลยทีเดียว


7. หินปะการัง

จริง ๆ แล้วหินปะการังไม่ใช่หิน แต่ขอเหมารวมไปเพื่อความเข้าใจที่ง่ายยิ่งขึ้น เพราะเป็นหินสารพัดประโยชน์ ที่มีราคาค่อนข้างสูงกว่าหินโดยทั่วไป ลักษณะสีขาว เป็นก้อนยาว ๆ รีและขอบมน มีรูพรุนอยู่ทั่วทั้งก้อน นอกจะใช้ประโยชน์ในการจัดแต่งตู้ปลาให้สวยงามแล้ว ยังมีความสามารถพิเศษอีกอย่างคือ เป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีของจุลินทรีย์ ที่ช่วยย่อยสลายของเสียในน้ำ ทำให้ช่วยลดสารพิษในน้ำได้เป็นอย่างดี มักใช้ในการปูพื้นตู้ หรือใส่ในช่องกรองเพื่อให้น้ำสะอาดอยู่ตลอดเวลา

จริง ๆ แล้วชนิดของหินและทรายที่ใช้ตกแต่งตู้ปลายังมีอีกเยอะแยะมากมายในปัจจุบัน ถ้าเอามาเขียนให้หมด หน้ากระดาษคงไม่พอ ส่วนข้อควรระวังในการเลือกซื้อหิน นอกจากต้องคำนึงถึงเรื่องความสวยงามแล้ว ยังต้องดูความเหมาะสมกับชนิดปลาที่เราเลี้ยงแต่ละชนิดกันด้วย เช่น ใช้หินกาบปูที่บริเวณพื้นตู้ ทำให้ดูสวยงามดีและดูสบายตา แต่ถ้าเราเลี้ยงปลาที่ต้องกินกุ้งเป็นอาหาร พอถึงเวลาให้อาหารกุ้งจะมุดเข้าซอกหินหมด ทำให้ปลาที่เราเลี้ยงยังไม่ทันได้กินอาหารเลย กุ้งก็สามารถหนีไปหมดซะแล้ว และที่สำคัญกุ้งที่นี้ไปได้ดันไปตายตามซอกหิน ใต้หินบริเวณต่าง ๆ ส่งผลให้น้ำจะเน่าเสียเร็วขึ้นมากกว่าปกติ 5-10 เท่าเลยทีเดียว


คุณภาพหินแต่ละที่ แต่ละจังหวัดจะมีคุณภาพความแข็งแกร่งทนทานไม่เหมือนกัน เช่น หินบัวลอยหรือหินกาบ บางแห่งหินคุณภาพไม่ดี เมื่อต้องผ่านการขนส่งอย่างดุเดือดทุลักทุเล พอเปิดกระสอบออกมา แตกหักไม่มีชิ้นดี ก่อนซื้อลองขอเปิดกระสอบดูก่อนก็ได้เพื่อตรวจเช็คเพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนจะซื้อของ ถ้าเจอแตกหักเยอะจนเกินไปก็อย่าไปเอาเลย ขอเปลี่ยนหรือซื้อใหม่จะดีกว่า ส่วนเรื่องการทำความสะอาดหิน บางคนจะแช่ด้วยเกลือ หรือด่างทับทิม แล้วจึงนำมาล้างหลาย ๆ น้ำจนสะอาด หากคุณใช้ด่างทับทิม ระวังอย่าแช่จนนานไป ไม่งั้นหินจะติดสีของด่างทับทิมทำให้สีเพี้ยนไปเลย(ส่วนใครที่ชอบสีเพี้ยน ๆ แปลกกว่าเดิมก็ไม่ว่ากันนะครับ) ยิ่งถ้าเป็นปะการัง แช่น้ำทิ้งข้ามคืนไว้ได้เลยครับ เพราะจะค่อนข้างจะขุ่นมากกกกกกกกก เมื่อล้างน้ำและทำความสะอาดเรียบร้อยก็เป็นอันเสร็จ สำหรับหินใหม่ ๆ หากคุณเทน้ำลงไปตรง ๆ ตะกอนของหินก็จะทำให้น้ำขุ่นอยู่ดี แต่ไม่ต้องตกใจไป ให้เราเปิดกรองทิ้งไว้ซักครึ่ง ชม. น้ำก็จะใสเหมือนเดิมหรือจะให้ง่ายกว่านั้น ตอนที่เทน้ำใส่ตู้ลงไป เอามือของคุณแหละครับ รองน้ำไว้ก่อนที่จะกระทบหิน เท่านี้น้ำก็จะไม่ขุ่นแล้ว ลองไปทำกันดูรับรองง่ายนิดเดียว

@@@@@@@ FISHWAY @@@@@@@

©2020 fishway Thailand Co., Ltd.