• Admin

แสงไฟสิ่งสำคัญสำหรับตู้ปลา

อัพเดตเมื่อ: พ.ค. 26


แสงสว่างก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญมาก ๆ ในการเลี้ยงปลา เพราะโดยปกติของปลาแต่ละสายพันธุ์ในธรรมชาติก็ต้องพึ่งแสงสว่างจากดวงอาทิตย์เพื่อบอกเวลาเหมือนกับมนุษย์เราว่า "สว่างแล้วหรือมืดแล้ว" ส่งผลทั้งการหาอาหาร การกิน การนอน และการใช้ชีวิตต่าง ๆ ตามปกติของสัญชาตญานปลาแต่ละสายพันธุ์ การที่เราจะเลี้ยงปลานั้นเราต้องเข้าใจหลักของแสงสว่างในการเลี้ยงปลาด้วย เพราะเราต้องเอามาใส่ตู้ปลาของเรา เราควรที่จะรู้ว่า "ควรใส่สีอะไร ความแรงของไฟเท่าไหร่ที่จะเพียงพอต่อความต้องการของปลาสายพันธุ์ที่เราเลี้ยง" การที่เอาหลอดไฟมาใส่ตู้ปลาเป็นเรื่องที่ใครหลาย ๆ คนมองข้ามกันเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากความสวยงามแล้ว เราต้องคิดถึงเวลาที่ปลาอยู่ท่ามกลางแสงจากหลอดไฟเหล่านั้นด้วย ปลาปกติในธรรมชาติจะมี "ดวงอาทิตย์" คอยเปิด-ปิดแสงไฟให้ เพื่อที่จะเพิ่มความแรงหรือความเบาของไฟให้อยู่ระดับพอดีไม่แรงเกินไปและไม่เบาเกินไป แต่ตู้ปลาของเราไม่มีที่จะมาเพิ่มลดความเบาหรือความแรงของไฟน่ะครับ เราควรมาใส่ใจเลือก "แสงสว่าง" จากหลอดไฟที่เหมาะสมและสมควรให้น้องปลาของเรากันจะดีกว่า


1. แหล่งกำเนิดแสง


หลอดไฟ :


ในช่วงเวลากลางคืนเราควรปิดไฟเพื่อให้ปลาของเราได้พักผ่อน เพราะปลาเป็นสัตว์ที่ไม่มีเปลือกตาและจะอ่อนไหวต่อสิ่งเร้ารอบตัวได้ง่าย เวลาปลานอนจะลอยตัวอยู่นิ่ง ๆ ไม่กระดุกกระดิก(เหมือนปลาเราไม่มีชีวิต ลอยไปลอยมาตามกระแสน้ำในตู้อย่างช้า ๆ) บางคนจะคิดว่าที่ปลาลอยไปลอยมาตามกระแสน้ำช้า ๆ นิ่ง ๆ ท่าเดิม ๆ ทำให้รู้สึกว่าปลาไม่หลับไม่นอนกันบ้างหรือยังไง จริง ๆ ปลาหลับครับแต่การหลับของปลาจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นแหละคือ "น้องปลากำลังหลับอยู่" ปลาก็เหมือนคนแหละครับ ก็ต้องมีช่วงเวลาปกติและช่วงเวลานอน เราไม่ควรที่จะเปิดไฟทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน เพราะปลาต้องการการพักผ่อนอย่างเต็มที่เหมือนกัน และเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ เวลาเราจะติดตั้งหลอดไฟควรติดตรงที่น้ำไม่สามารถกระเด็นถึงขั้วหลอดได้หรือทางที่ดีที่สุด "อย่าให้น้ำกระเด็นโดนหลอดไฟ" ให้หาอะไรมาบังหรือปิดไว้ จะเป็นพลาสติกใสหรือแผ่นอาคีลิคใสบาง ๆ ก็ได้


ดวงอาทิตย์ :


แสงจากดวงอาทิตย์ จะช่วยทำให้ปลามีสีสันสดใสสีสดสีเข้มยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะปลาจะได้รับวิตามินที่บริสุทธิ์จากธรรมชาติได้โดยตรง หลอดไฟบางแหล่งผลิตได้เคลมไว้ว่ามีความเข้มแสงเทียบเท่ากับแสงจากดวงอาทิตย์ มีการวิจัยได้ทดสอบแล้วว่า “ได้นำปลาไปปล่อยและเลี้ยงให้โดนแสงจากดวงอาทิตย์กับนำปลาไปปล่อยและเลี้ยงให้โดนแสงจากหลอดไฟ” ผลลัพธ์ออกมาเห็นได้ชัดเจนว่าปลาที่โดนแสงจากดวงอาทิตย์สีจะเข้มและสดกว่าปลาที่โดนแสงจากหลอดไฟ และอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกมาได้อย่างชัดเจนก็คือ “แสงจากดวงอาทิตย์ทำให้ปลามีสุขภาพแข็งแรง” แต่ต้องแรกมากับปัญหาเรื่องของตะไคร่น้ำตามมานิดหน่อย


2. ชนิดของหลอดไฟ


(Facebook : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA)


2.1). หลอด Incandescent หรือที่เรียกกันว่า "หลอดไส้"


หลอดไฟชนิดนี้ใช้กันมายาวนานกว่า 90 ปีแล้ว ภายในหลอดเป็นไส้ที่ทำจากทังสเตน ให้ความร้อนสูงมากระหว่าง 100-400 องศาเซลเซียส แต่ประสิทธิภาพในการส่องสว่างต่ำ เพียง 10-15 lm/W เมื่อมีความร้อนสูงมากระหว่างการส่องสว่างจึงเท่ากับว่ามีการสูญเสียพลังงานมากด้วยเช่นกัน ระยะเวลาการใช้งานประมาณ 750 ชั่วโมง ส่วนอีกประเภทที่อยู่ในตระกูลเดียวกันก็คือ "หลอดฮาโลเจน" เป็นหลอดไส้ชนิดหนึ่ง ที่ไส้หลอดทาด้วยทังสเตน แต่บรรจุสารตระกูลฮาโลเจน เพื่อป้องกันการระเหิดตัวของไส้หลอด มีประสิทธิภาพดีกว่าหลอดไส้ปกติ 2-3 เท่า หรือประมาณ 1,500-3,000 ชั่วโมง หลอดประเภทนี้ใช้กับงานส่องเน้น เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิด เครื่องฉายสไลด์ เป็นต้น


2.2). หลอดฟลูออเรสเซนต์(Fluorescent) หรือที่เรียกกันว่า "หลอดนิออน"


หลอดฟลูออเรสเซนต์ เริ่มใช้ตั้งแต่ ปี 1940 จนถึงปัจจุบัน อายุเฉลี่ยการใช้งานอยู่ที่ 2 ปี มีหลายขนาดโดยหลอดดังกล่าวประกอบไปด้วย

  • ตัวหลอด : ภายในสูบอากาศออกจนหมดแล้วบรรจุไอปรอทและก๊าซอาร์กอน เล็กน้อย ผิวด้านในฉาบด้วยสารเรืองแสงชนิดต่าง ๆ

  • ไส้หลอด : ทำด้วยทังสเตนหรือวุลแฟรมอยู่ที่ปลายทั้งสองข้าง เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านไส้หลอดจะทำให้ไส้หลอดร้อนขึ้น ความร้อนที่เกิดขึ้นจะทำให้ไอปรอทที่บรรจุไว้ในหลอดกลายเป็นไอมากขึ้น

  • สตาร์ตเตอร์ : ทำหน้าที่เป็นสวิตซ์ไฟฟ้าอัตโนมัติของวงจรโดยต่อขนานกับหลอด ภายในบรรจุก๊าซนีออนและแผ่นโลหะคู่ที่งอตัวได้ เมื่อได้รับความร้อนจนทำให้ไส้หลอดร้อนขึ้น ปรอทก็จะเป็นไอพอที่นำกระแสไฟฟ้าได้

  • บัลลัสต์ : เป็นขดลวดที่พันอยู่บนแกนเหล็ก ขณะที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านจะเกิดการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำขึ้น เมื่อแผ่นโลหะคู่ในสตาร์ตเตอร์แยกตัวออกจากกัน จะเกิดวงจรเปิดชั่วขณะ กระแสไฟฟ้าไหลผ่านไอปรอทจากไส้หลอดข้างหนึ่งไปยังไส้หลอดอีกข้างหนึ่งได้ แต่ประสิทธิภาพการให้แสงสว่างของหลอดชนิดนี้อยู่ในระดับปานกลาง มีการสูญเสียพลังงานเพราะต้องใช้สตาร์ตเตอร์ และบัลลัสต์ ซึ่งใช้ไฟสูงถึง 10-12 W


2.3). หลอดเมทัลฮาไลด์ ,หลอดโซเดียม ,หลอดแสงจันทร์


เริ่มมีการใช้ตั้งแต่ปี 1980 จนปัจจุบัน นิยมใช้ในการส่องสว่างตามท้องถนนและโรงงานอุตสาหกรรม หลอดไฟประเภทนี้ กินไฟมากอยู่ระหว่าง 400-500 W ขึ้นไป อุณหภูมิของหลอดร้อนมาก 100-400 องศา อายุการใช้งานเฉลี่ย 2-3 ปี


2.4). หลอด LED / แอลอีดี


LED ย่อมาจาก Light Emitting Diode เป็นชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถเปล่งแสงสว่างเมื่อให้กระแสไฟผ่านตัวมัน ไดโอดเปล่งแสงออกมาได้แบบมีคลื่นความถี่เดียวและเฟสต่อเนื่องกัน และเปล่งแสงได้เมื่อจ่ายกระแส ไฟฟ้าเข้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลอด LED มีจุดเด่นหลายอย่างคือ "ใช้พลังงานต่ำแต่ให้ประสิทธิภาพการส่องสว่างที่สูงมาก ไม่มีแสง UV ไม่กระพริบขณะเปล่งแสง" การเปิด-ปิดหลอดไฟ LED สามารถเปิด-ปิดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลารอนานเป็นหลอดไฟที่ประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดไฟประเภทอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมด และการประหยัดเงินค่าไฟฟ้าจากการใช้หลอดไฟ LED ตั้งแต่ 15-75% โดยเฉลี่ยแล้วมีอายุการใช้งาน สูงสุดถึง 50,000 ชั่วโมง หรือประมาณ 5 ปี ขึ้นไป

!!! หลอดไฟแบ่งแสงสีได้ประมาณ 3 ประเภท !!!


ประเภทที่ 1 : หลอดแสงสีขาว


จะออกขาวแบบแสบตา แสงจะจ้าเป็นพิเศษคล้ายกับแสงอาทิตย์ จะใช้ได้ทั้งปลาน้ำจืดและน้ำเค็ม และที่สำคัญยังสามารถเลี้ยงพันธุ์ไม้น้ำได้อีก จะเป็นแสงสีพื้นฐานสำหรับคนเลี้ยงปลาสวยงามทุกประเภท แนะนำยี่ห้อ Sylvania จะเป็นรุ่น Aquastar เหมาะแก่การเลี้ยงพวกสัตว์น้ำ ,พันธุ์ไม้น้ำต่าง ๆ


ประเภทที่ 2 : หลอดแสงสีฟ้าอมม่วง


เหมาะกับปลาน้ำเค็มและคนที่เลี้ยงปะการังหรือดอกไม้ทะเล เพราะสีของหลอดชนิดนี้คล้ายกับแสงสว่างบริเวณที่ปะการังน้ำลึกอยู่ สีจะไม่จ้ามากจนเกินไปช่วยกระตุ้นให้ปะการัง มีพัฒนาการที่สมบูรณ์แข็งแรง ถ้ายี่ห้อ Sylvania จะเป็นรุ่น Coralstar


ประเภทที่ 3 : หลอดแสงสีขาวอมเหลือง


เป็นหลอดที่มีความเข้มแสงสูงกว่าหลอดชนิดอื่น ๆ มีคลื่นแสงเทียบเท่าแสงแดดที่จำเป็นต่อไม้น้ำ จึงเหมาะหรับใช้กับตู้ที่รับแสงแดดไม่พอ และยังช่วยขับสีของปลาให้เข้มขึ้น ถ้ายี่ห้อ Sylvania จะเป็นรุ่น Gro-Lux เหมาะแก่การเลี้ยงปลาสวยงามและพันธุ์ไม้น้ำที่ต้องการแสงแดดเป็นจำนวนมาก ๆ

3. กำลังไฟ

(www.ledandlamp.com)


กำลังไฟที่เหมาะสมกับตู้ปลาของเรามีสูตรคิดกันง่าย ๆ คือ "0.7 วัตต์ต่อน้ำ 1 ลิตรหรือเลือกให้ความยาวของหลอดไล่เลี่ยกับความยาวของตู้" ส่วนใหญ่บริษัทขายหลอดไฟเขาจะคำนวณกำลังไฟมาให้แล้วหรือไม่ก็จะประมาณมาให้


15 วัตต์ - ตู้ 24 นิ้ว 18 วัตต์ - ตู้ 36 นิ้ว 30 วัตต์ - ตู้ 48 นิ้ว 36 วัตต์ - ตู้ 60 นิ้ว


ความรู้แน่น ๆ เกี่ยวกับแสงสว่างเหมือนได้กับมาเรียนวิทยาศาสตร์กันอีกรอบเลยใช่ไหมครับ ฮาฮ่าฮ่า ปลาสวยงามที่เราเลี้ยงหรือสัตว์น้ำต่าง ๆ ที่เราเลี้ยงก็เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่มนุษย์ได้ตั้งขึ้นว่าเป็น "สัตว์เลี้ยง" เหมือนกับสุนัขหรือหมาแมวต่าง ๆ ปลาสวยงามก็มีชีวิตเหมือนกันครับ ผมอยากมาแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ให้ฟังว่า ปลาก็ต้องการความสุขเหมือนกัน อย่างน้อย ๆ ก็คือแสงไฟนี้แหละครับ การเลี้ยงปลาไม่ได้ยากครับแต่ก็ไม่ได้ง่ายไปซะทีเดียว แค่เราหมั่นศึกษาเพิ่มเติมขึ้นมาอีกหน่อย เราก็จะเข้าใจแล้วว่า ความสุขของเจ้าปลาน้อยตัวเล็ก ๆ ที่เราเลี้ยงอยู่ในตู้นั้นเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร แค่เราศึกษาเพิ่มและให้ความรักมันเหมือนเดิมแค่นี้ ปลาน้อยเขาก็รู้แล้วแหละ ว่าเรารักเขาจริง ๆ และปลาน้อยของเราก็จะอยู่กับเราไปนาน ๆ

@@@@@@@ FISHWAY @@@@@@@

©2020 fishway Thailand Co., Ltd.