เคล็ด(ไม่)ลับเลี้ยงปลาทอง #1

อัพเดตเมื่อ: ก.ย. 30



เมื่อทุกคนพูดถึงสัตว์เลี้ยงที่นิยมเลี้ยงกันภายในบ้านโดยเฉพาะ ลำดับแรกเลยที่ทุกคนนึกถึงก็คงต้องเป็นหมา แมว สัตว์ตัวเล็ก ๆ ต่าง ๆ อย่างแน่นอน แต่เชื่อไหมยังมีอีกอย่างที่นิยมเลี้ยงกันภายในบ้านอีกหนึ่งประเภทคือ "ปลาสวยงามหรือสัตว์น้ำ ๆ ประเภทต่าง ๆ ที่สามารถเลี้ยงในตู้ได้นั้นเอง" สัตว์ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดกับคนเรามากที่สุดและหาจับจองได้อย่างง่ายได้ในปัจจุบัน และในบรรดาปลาสวยงามต่าง ๆ ปลาทองถือว่าเป็นปลาที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีและต้องเคยเลี้ยงกันมาอย่างแน่นอน ด้วยความที่ปลาทองมีสีสันสวยงาม มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน และที่สำคัญชื่อของปลาทองก็เป็นชื่อที่เป็นสิริมงคล ทำให้คนหันมาเลี้ยงกันเป็นจำนวนมาก บางคนสามารถนั่งมองดูพวกมันได้ตลอดทั้งวันเลยจริง ๆ อย่างไม่รู้จักคำว่าเบื่อ และอีกอย่างที่โคตรจะสำคัญคือ "บางคนอาจจะไม่เข้าใจนิสัย หรือสภาพแวดล้อมที่มันชอบอยู่อาศัย เลยทำให้เจ้าปลาทองที่คุณรักตายได้บ่อย ๆ อยู่ได้ไม่นาน" วันนี้ทางเราได้รวบรวมเทคนิคยอดฮิตในการเลี้ยงปลาทองโดยเฉพาะ เพื่อให้น้องปลาทองมีสีสันที่สวยงาม และอายุยืนอยู่กับเราไปนาน ๆ


ใช้น้ำที่ปราศจากคลอรีน

หลายคนยังเข้าใจว่า "ใช้น้ำประปาเลี้ยงปลาได้" การใช้น้ำประปามาเลี้ยงปลาสวยงามเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้วเพราะสะดวกสบาย แต่ถูกต้องเพียงครึ่งเดียว เราต้องอย่าลืมว่าในน้ำประปาที่ไหลมาตามท่อส่งน้ำต่าง ๆ และเข้าสู่ก็อกน้ำนั้นมีส่วนผสมของ "สารคลอรีน" ที่เป็นจำนวนมากเพื่อที่จะฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนการผลิตน้ำของการประปา ถ้าเราใช้น้ำประปาเลี้ยงปลาโดยตรง คลอรีนที่มากับน้ำประปาจะทำลายเนื้อเยื่อตัวปลา รวมถึงครีบและหางต่าง ๆ ทำให้ปลาว่ายน้ำไม่ได้หรือเสียสมดุล ผลร้ายแรงที่สุดคือ "ปลาตายนั้นเอง" วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ "การพักน้ำทิ้งไว้หรือเข้าใจง่าย ๆ คือการนำน้ำประปาไว้ในภาชนะที่บรรจุน้ำทิ้งไว้ประมาณ 1-3 วันขึ้นไป" แล้วปล่อยให้สารคลอรีนระเหยออกมาจากน้ำให้หมด (แนะนำภาชนะที่ใส่รองน้ำไม่ควรมีฝาปิดทิ้งไว้) จึงนำไปใช้เลี้ยงปลาได้ ปลาทองของเราจะชอบอย่างมาก ยิ่งเปลี่ยนน้ำแบบนี้บ่อย ๆ ปลายิ่งโตเร็ว สีก็จะยิ่งสด และที่สำคัญจะอายุยืน ไม่ตายหนีเราไปอย่างแน่นอน!!!


เพิ่มออกซิเจนในน้ำ

การเลี้ยงปลาทอง ควรและจำเป็นอย่างมากที่จะต้องติดตั้งปั้มลมให้ออกซิเจนในน้ำกับปลาทอง เพื่อให้มีการเคลื่อนไหวของน้ำอยู่ตลอดเวลา การเคลื่อนไหวของน้ำจะทำให้เกิดออกซิเจนขึ้นมา การเคลื่อนไหวของน้ำทำให้โมเลกุลในน้ำเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ปลาจะได้รับออกซิเจนได้อย่างเต็มที่และทั่วถึงทุกตัว ซึ่งการที่เราเพิ่มอากาศเข้าไปในน้ำหรือการเพิ่มออกซอเจนเข้าไปในตู้ปลาจะช่วยทำให้ปลารู้สึกไม่เครียด กะปรี้กระเปร่า ส่งผลให้ปลาทองของเราเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว


น้ำสกปรกควรเปลี่ยนน้ำทันที

สังเกตง่าย ๆ เลยถ้า "ปลาป่วยหรือมีอาการผิดปกติ" เกิดจากน้ำขุ่นสกปรกหรือสีของน้ำในตู้ปลาออกอมเหลือง มีกลิ่นคาว มีขี้ปลาเริ่มลอยบนผิวน้ำ สาเหตุทั้งหมดที่พูดมาเป็นอันดับแรกเลยที่ทำให้ "ปลาป่วย" เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติแล้วควรรีบทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำโดยทันทีให้สะอาด รวมถึงขัดตะไคร่น้ำตามผนังตู้ให้หมด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคในภายภาคหน้า ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลทำให้ปลาทองป่วยภายในเช่นกัน การที่ปล่อยให้น้ำสกปรกส่งผลมากมายหลายอย่าง แต่สุดท้ายที่ร้ายแรงสุดคือ "ปลาตาย"


ใส่เกลือหลังเปลี่ยนน้ำใหม่

หลังจากเปลี่ยนถ่ายน้ำปลาทุกครั้ง แนะนำเคล็ดไม่ลับ ให้ใส่ยาปรับสภาพน้ำที่มีขายตามร้านขายปลาสวยงามทั่วไป เป็นยาน้ำสีฟ้าขวดเล็กใหญ่แล้วแต่ร้านจำหน่าย ใช้หยดลงในตู้ปลาเพื่อปรับสมดุลและสภาพความเป็นกรดด่างให้เหมาะสมกับปลาทองที่สุด ทำให้ปลาทองสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่เครียด แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ของหัวข้อนี้คือ "เกลือ" ควรใส่เกลือลงไปด้วย เป็นการฆ่าเชื้อโรคอย่างดีจากธรรมชาติ ไม่ส่งผลอันตรายใด ๆ เลยต่อตัวปลาทองและยังสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ของปลาได้อีกด้วย ย้ำ!! ห้ามใส่เกลือลงไปโดยตรงที่ตู้ปลา ควรใส่เกลือและน้ำในภาชนะอื่นก่อน รอเกลือละลายจนหมดก่อนแล้วจึงค่อยเทลงไปในตู้ปลา


ห้ามให้อาหารในปริมาณที่มากเกินไป

ปลาทองเป็นปลาที่หลายคนบอกว่ามีความจำสั้น คือ ปลาทองสามารถกินอาหารได้ตลอดเวลาหรือสามารถกินจนตายได้เลยทีเดียว ดังนั้นเราควรให้อาหารปลาเป็นเวลา วันละ 2-3 มื้อก็เพียงพออาจจะเช้า/เย็นหรือเช้า/กลางวัน/เย็น แต่ละครั้งเราควรให้อาหารปลาเท่าที่มันกินหมดก็พอ แล้วค่อยให้ใหม่ในเวลาหลัง(ไม่ต้องคิดแทนปลาว่ามันจะกินไม่อิ่ม) เพราะหากให้อาหารเยอะเกินไป ส่งผลเสียหลายอย่างมาก ๆ เช่น ถ้าให้เยอะเกินปลากินหมดทำให้ปลาท้องอืด ว่ายน้ำหัวทิ่มเสียการทรงตัวได้ แต่ถ้าให้เยอะเกินแล้วปลากินไม่หมดส่งผลให้น้ำในตู้เสียเร็วกว่าเดิม ปลาอาจตายได้ในที่สุด ซึ่งอาหารปลาทองมีมากมายหลายชนิด เช่น ลูกน้ำ หนอนแดง ไส้เดือนน้ำ อาหารเม็ด เป็นต้น


เป็นยังไงกันบ้างเอ่ยสำหรับเทคนิคการเลี้ยงปลาทองหรือเคล็ด(ไม่)ลับสำหรับปลาทอง ไม่ยากเลยใช่ไหมแต่ก็ไม่ง่ายเลยทีเดียวจริงเปล่า ถึงยังไงถ้าเรารักที่จะเลี้ยงปลาสวยงามหรือสัตว์น้ำต่าง ๆ วิธีการทั้งหมดที่คัดสรรมาเหล่านี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับสัตว์น้ำหรือปลาสวยงามสายพันธุ์อื่น ๆ ได้เหมือนกัน หวังว่าบทความนี้คงถูกใจใครหลาย ๆ คนได้อย่างแน่นอนสำหรับคนที่ชอบและรักในการเลี้ยงปลาสวยงามต่าง ๆ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก...

  1. www.aafsociety.com

  2. www.pinterest.com

  3. www.stock.adobe.com

  4. www.pexels.com

©2020 fishway Thailand Co., Ltd.