สัตว์เลี้ยงที่มีชื่อว่า "ปลาทอง"

อัพเดตเมื่อ: ส.ค. 21



ทุกคนเคยสังเกตุกันไหมครับ? ไม่ว่าเราจะเดินทางไปตลาดนัด ห้างสรรพสินค้าหรือตามร้านขายเพทช๊อปต่าง ๆ เรามักจะพบเห็นปลาทองขายเกือบกันทุกร้านทุกสถานที่ ปลาทองมีให้เลือกมากมายหลากหลายขนาด หลากหลายราคา แล้วทุกคนเคยสงสัยกันอีกไหมครับว่า แล้วทำไมถึงได้มีปลาทองมาวางขายได้อยู่ตลอด พวกพ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นเขาเอามาขายให้ใครได้ตลอดเวลา ทั้งที่ปลาทองมีอายุไขเฉลี่ยอยู่ประมาณ 3-4 ปี (ทุกคนเคยสงสัยหรือเอ๊ะใจกันไหมครับ?)


ถ้าใครเคยเลี้ยงปลาทองลองมองย้อนกลับไปในอดีตกันว่า ปลาทองที่ท่านเคยเลี้ยงมาได้ผ่านมือท่านมากี่รุ่น และกี่ตัวกันแล้ว แล้วปลาทองเหล่านั้นทำไมมันถึงได้ตายจากเราไปเร็วนัก นั่นพอจะเป็นคำตอบคร่าว ๆ ได้แล้วล่ะครับว่าทำไมพ่อค้าแม่ค้าปลาทองทั้งหลายถึงสามารถขายปลาทองได้อยู่เรื่อย ๆ ครับ



ผมก็เคยเป็นคนหนึ่งที่เคยเลี้ยงปลาทองเปลืองมากในอดีต ตายแล้วตายอีก พอตายแล้วก็ไปซื้อมาใหม่มาเลี้ยงอยู่เรื่อย ๆ คิดกลับไปแล้วรู้สึกผิดมาก ๆ ครับ บางครั้งก็เลี้ยงในโหลเล็ก ๆ ใส่ลงไปเลี้ยงทีเดียวสามสี่ตัวเลย ไม่เกินเดือนเท่านั้นแหละ!!! ไม่น้ำเน่า ปลาทองก็หงายท้องหรือเสียสมดุล บางตัวก็ท้องแตกตาย และอีกมากมายที่ทำให้ปลาทองที่เราเลี้ยงได้ตาย ในที่กล่าวมาทั้งหมดเกิดจากเราเลี้ยงปลาทองไม่เป็นเท่านั่นเอง ถ้าสรุปอีกสักนิดคือ “เราไม่มีความรู้เท่านั้นเองครับ !!”


ทุกคนรู้ไหมครับว่าแท้ที่จริงแล้วปลาทองก็เหมือนสัตว์เลี้ยงทั่ว ๆ ไป ถ้าเราเลี้ยงสุนัขหรือเลี้ยงแมวแล้วทำให้ไม่ตาย เราก็สามารถเลี้ยงปลาทองได้โดยไม่ตายได้เช่นกัน โจทย์ง่าย ๆ แก้ง่าย ๆ คล้าย ๆ กันเลยครับ เพียงแค่คุณต้องเข้าใจธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงที่เราจะเลี้ยงก็เท่านั้นเอง


สิ่งที่เราต้องเริ่มต้นก็คือ "เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับปลาทองเป็นอันดับแรกก่อนเลย" วิธีการเลี้ยงที่ถูกต้อง คือ รักษาคุณภาพน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ เพียงเท่านี้คุณก็เลี้ยงปลาทองได้อย่างยาวนานแล้ว และต่อมาคือองค์ประกอบโดยรวมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน ระบบกรองต่าง ๆ สภาพแวดล้อมภายในตู้ และอีกมากมายสรรพเพเหระที่เราต้องหาข้อมูลต่อเป็นอันดับต่อไป

  • อาหาร

ควรให้อย่างพอดีและไม่ควรเยอะหรือน้อยเกินไป รวมถึงอาหารที่ให้ก็ควรเป็นอาหารที่ดี มีส่วนประกอบทั้งโปรตีน ,คาร์โบเฮเดรต และวิตามิน เกลือแร่ รวมถึงไฟเบอร์ต่าง ๆ ลงไปด้วย


  • ระบบน้ำ

น้ำที่ดีไม่จำเป็นต้องใส น้ำที่ใสไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไปอีกด้วย เพียงคุณรักษาสภาพน้ำให้เป็นกลางตามที่ปลาทองต้องการอยู่อาศัย ปราศจากคลอรีนหรือสารเคมมีต่าง ๆ ก็เพียงพอแล้ว

อีกมากมายอย่างที่บอกเกี่ยวกับองค์ประกอบโดยรวมในการเลี้ยงปลา สิ่งเหล่านี้เราก็ควรไปศึกษาเพิ่มเติมนะครับ โดยทั่วไปแล้วเรามักจะใช้น้ำประปาเลี้ยงปลากันใช่ไหมครับ เรามักจะเอาน้ำจากก๊อกน้ำใส่ลงตู้ปลาโดยตรง แล้วปล่อยปลาทองลงตู้ปลาทันที คุณรู้ไหมครับว่า ในน้ำประปานั้นเต็มไปด้วยสารเคมีและคลอรีนอย่างหนาแน่น เมื่อปลาทองได้สัมผัสกับน้ำอาจจะส่งผลให้หงายท้องหรือเสียสมดุลได้ภายในไม่กี่นาทีหลังจากที่เราปล่อยลงตู้ปลา


สิ่งที่ควรทำหรือแก้ไขก็คือ น้ำที่ใช้ควรเป็นน้ำประปาที่ใส่ถังพักน้ำทิ้งไว้ เพื่อให้สารคลอรีนได้ระเหยออกมาให้หมดก่อนอย่างน้อยประมาณ 1-3 วัน อีกทั้งการเปลี่ยนน้ำปลาทองที่เลี้ยงในตู้ปลา ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนทีเดียว 100% ของปริมาณน้ำทั้งหมดในตู้ปลา เพราะปลาจะปรับตัวไม่ทันมีโอกาสทำให้ปลาตายสูงมาก สิ่้งที่เราควรทำ คือ ควรเปลี่ยนน้ำเพียงแค่ 30%-50% ของปริมาณน้ำทั้งหมดในตู้ปลาก็เพียงพอแล้ว



สรุปเกร็ดความรู้ทั้งหมด ดังนั้นการที่จะเลี้ยงปลาทองให้เติบโต สมบูรณ์แข็งแรง มีอายุยืนตามอายุไขของปลาทองนั้น พยายามหมั่นเปลี่ยนน้ำปลาบ่อย ๆ เฉลี่ยเปลี่ยนสัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละประมาณ4-8 ครั้ง ควรเปลี่ยนปริมาณน้ำอย่างพอดีประมาณทีละ 30%-50% ของปริมาณน้ำทั้งหมดในตู้ปลา ไม่จำเป็นต้องมานั่งเปลี่ยนน้ำกันทุกวัน ไม่ต้องถึงขนาดนั้น


สุดท้ายถ้าใครมีงบขึ้นมาหน่อยก็แนะนำให้ติดตั้งระบบกรอง ไม่ว่าจะกรองนอกหรือกรองใน ควรติดตั้งให้กับปลาทองที่คุณรักเถอะครับ คุ้มค่ามาก ๆๆๆๆๆๆๆ และเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเลี้ยงปลาทองและปลาสวยงามทุกประเภท ย้ำนะครับ!! ระบบกรองสำคัญมาก ทั้งระบบกรองหยาบ กรองละเอียด และกรองชีวภาพ ลองศึกษากันดูนะครับ

เพียงเท่านี้ปลาทองทุกท่านจะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่แตกต่างอะไรจากหมาหรือแมวกันเลย ที่สำคัญเลี้ยงปลาตู้หรือปลาสวยงามนั้น ปลาไม่ส่งเสียงร้องให้ลำคาญด้วย และไม่มีกลิ่นเหม็นจากอุจจาระที่มันได้ขับถ่ายออกมาอีกด้วย ความลับระดับสุดยอดของคนเลี้ยงปลาเลยนะครับ


@@@@@@@ FISHWAY @@@@@@@

©2020 fishway Thailand Co., Ltd.